เกร็ดความรู้ » เทคนิคการปลูกมะเขือเทศในกระสอบ ง่ายๆ

เทคนิคการปลูกมะเขือเทศในกระสอบ ง่ายๆ

5 กรกฎาคม 2020
165   0

การปลูกมะเขือเทศในกระสอบก่อนอื่นต้องเลือกกระสอบที่ต้องการใช้ปลูกก่อนซึ่งจะเป็นกระสอบอะไรก็ได้เช่นกระสอบปุ๋ยกระสอบอาหารสัตว์กระสอบแป้งสาลีกระสอบข้าวสาร แต่ไม่ใช่กระสอบป่าน หรือหากเป็นกระสอบที่ไม่รั่วน้ำก็นำมาเจาะรูกระสอบก่อนเพื่อให้มีช่องทางระบายน้ำในกระสอบช่วงที่รดน้ำให้ต้นพืชการปลูกมะเขือเทศในกระสอบก่อนอื่นต้องเลือกกระสอบที่ต้องการใช้ปลูกก่อนซึ่งจะเป็นกระสอบอะไรก็ได้เช่นกระสอบปุ๋ยกระสอบอาหารสัตว์กระสอบแป้งสาลีกระสอบข้าวสาร แต่ไม่ใช่กระสอบป่าน หรือหากเป็นกระสอบที่ไม่รั่วน้ำก็นำมาเจาะรูกระสอบก่อนเพื่อให้มีช่องทางระบายน้ำในกระสอบช่วงที่รดน้ำให้ต้นพืช

การปลูกพืชในกระสอบมี2แบบคือแนวนอนกับแนวตั้งการวางกระสอบแบบนอนเหมาะสำหรับการปลูกพืชประเภทผักกาดหอมผักชีหรือพืชที่ไม่ลงรากลึกมากนักส่วนแบบตั้งเหมาะสำหรับการปลูกพริกมะเขือฟักทองแตงกวากะเพราโหระพาหรือพืชที่ลงรากยาวการเตรียมดินก่อนใส่กระสอบดินที่นำมาใช้เพื่อปลูกนั้นควรผสมปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักแกลบแกลบเผาลงไปถ้าสามารถทำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์โบกาฉิ(ปุ๋ยแห้ง)ผสมไปด้วยก็จะดีและก่อนใส่ดินในกระสอบตัดสินใจก่อนว่าจะปลูกพืชอะไรเพื่อจะได้ใส่ดินได้พอดีกับชนิดพืชที่จะปลูก

จากนั้นพับกระสอบหรือม้วนปากกระสอบลงมาแล้วใส่ดินสูงประมาณ20-25เซนติเมตรหากเป็นผักกินใบคะน้ากวางตุ้งฮ่องเต้ใส่ดินสูงประมาณ10-15เชนติเมตรมัดปากด้วยเชือกแล้วนำกระสอบไปวางในจุดที่ต้องการปลูกจากนั้นเจาะรูในดินปลูกหยอดเมล็ดพันธุ์พืชและรดน้ำเช้าเย็นเมื่อต้นงอกและเริ่มโตดูว่าแข็งแรงดีแล้วก็รดน้ำหมักปลาหรือน้ำหมักเศษผักผลไม้น้ำหมักหอยเชอรี่หรือรดด้วยจุลินทรีย์ทุก5-7วันพร้อมโรยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักบางๆบริเวณด้านบนรอบๆโคนต้นพืช

สำหรับมะเขือเทศชนิดเลื้อยหากสภาพแวดล้อมเหมาะสมจะสามารถเจริญเติบโตสูงขึ้นได้เรื่อยๆไม่สิ้นสุดมีกิ่งแขนงขนาดใกล้เคียงกับลำต้น2–3แขนงและมีแขนงย่อยได้อีกไม่จำกัดช่อดอกแรกเกิดระหว่างข้อที่8และ9ช่อดอกต่อมาจะเกิดขึ้นทุกๆ3ข้อลำต้นอาจจะสูงหรือยาวกว่า10เมตรฉะนั้นต้องทำค้างเพื่อรองรับการเลื้อยด้วย หากไม่แล้วมะเขือเทศจะทอดตามแนวดินเมื่อออกผลจะทำให้ผลเสียเป็นส่วนใหญ่เพราะติดกับพื้นดินและเกิดการปนเปื้อน

ส่วนแบบพุ่มประเภทนี้จะมีลำต้นตั้งตรงกิ่งแขนงหลายแขนงเกิดตามข้อบนลำต้นด้านล่าง และอาจมีแขนงย่อยได้อีกช่อดอกเกิดระหว่างข้อทุกข้อในเวลาใกล้เคียงกัน เมื่อตายอดเกิดช่อดอกแล้วจะหยุดการเจริญเติบโตมะเขือเทศบางพันธุ์เมื่อตายอดเกิดช่อดอกแล้วจะมีกิ่งแขนงเกิดที่ข้อใต้ช่อดอกเติบโตต่อไปเรื่อยๆมะเขือเทศสามารถเจริญเติบโตทางด้านลำต้นใบและออกดอกได้ดีตลอดทั้งปีแต่การติดผลมะเขือเทศจะต้องการสภาพอากาศค่อนข้างเย็นอุณหภูมิกลางวันที่เหมาะสมอยู่ที่ระหว่าง 25-30องศาเซลเซียส อุณหภูมิกลางคืนประมาณ16-20องศาเซลเซียสถ้าอุณหภูมิกลางคืนสูงกว่า22องศาเซลเซียสจะทำให้มะเขือเทศไม่ติดผลหรือติดผลได้น้อย

ฝนและความชื้นสูงก็จะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคทางใบและทางรากระบาดรุนแรงดังนั้นฤดูปลูกที่เหมาะสมที่สุดจึงอยู่ในช่วงฤดูหนาวโดยมีช่วงหยอดเมล็ดเพาะกล้าอยู่ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมซึ่งนอกจากสภาพอากาศจะเหมาะสมต่อการติดผลแล้วยังจะทำให้ได้ผลผลิตสูงและมีศัตรูพืชรบกวนน้อย ต้นทุนการผลิตจะต่ำกว่าการปลูกในฤดูอื่น–มะเขือเทศเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีทั้งในดินร่วนเหนียวและดินร่วนทรายความเป็นกรดด่าง(pH)ที่เหมาะสมประมาณ5.5-7.0และเป็นดินที่ระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขังแฉะฉะนั้นการนำมาปลูกในกระสอบจึงเป็นช่องทางที่ดีด้วยกระสอบจะมีโอกาสของการระบายน้ำได้ดีและควรให้น้ำแบบฉีดพ่นฝอยทุกวันตอนเช้าเพื่อให้ดินและอากาศรอบๆกระสอบที่ปลูกมีความชื้นพอเพียง และเป็นการลดอุณหภูมิในกระสอบที่ใช้ปลูกอีกด้วยจากนั้นก็รอการออกผลเพื่อเก็บเกี่ยวไปบริโภคหรือจำหน่ายต่อไป.