เกร็ดความรู้ » ประคบร้อน-ประคบเย็น อาการแบบไหน ควรใช้วิธีใด

ประคบร้อน-ประคบเย็น อาการแบบไหน ควรใช้วิธีใด

2 กรกฎาคม 2020
827   0

หลายครั้งที่เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บเราจะใช้วิธีประคบเพื่อบรรเทาอาการปวดแต่บางครั้งก็สงสัยว่าเราควรจะประคบร้อน หรือประคบเย็นอาการแบบไหนควรประคบแบบใดSanook!Healthจึงขอแนะนำการประคบร้อนประคบเย็นเอาไว้ดังนี้ประคบเย็นหากมีอาการปวดหรือได้รับบาดเจ็บเฉียบพลันควรประคบด้วยน้ำแข็งหรือน้ำเย็นทันที(ภายใน24-48ชั่วโมง)ประคบนาน20-30นาทีวันละ2-3ครั้ง

อาการที่ควรประคบเย็นเช่นปวดศีรษะมีไข้สูงปวดฟันปวดบวมข้อเท้าข้อเคล็ดเลือดกำเดาไหลแขนขาฟาดกับของแข็งที่คาดว่าจะเกิดรอบฟกช้ำดำเขียวหรือปวดบวมบริเวณอื่นๆที่เกิดจากการได้รับบาดเจ็บหรือเพิ่งมีอาการใหม่ๆอาจใช้เจลสำหรับประคบร้อนเย็นแบบสำเร็จรูปหรือทำถุงน้ำแข็งขึ้นใช้เองโดยการใช้ถุงพลาสติกขนาดพอเหมาะแล้วเติมน้ำเปล่าผสมน้ำแข็งอย่างละครึ่งลงไปในถุงตรวจสอบว่าไม่เย็นเกินไปโดยการนำมาประคบผิวหนังถ้าบริเวณที่มีอาการเป็นบริเวณมือแขนขาหรือเท้าอาจใช้การแช่ในภาชนะที่บรรจุน้ำเย็นแทนโดยแช่นานประมาณ15-20นาทีประคบร้อน

การประคบร้อนจะเริ่มใช้หลังจากมีอาการผ่านไปแล้ว48ชั่วโมงให้ประคบครั้งละ15-20นาทีวันละ2-3ครั้งเพื่อลดอาการปวดและผ่อนคลายกล้ามเนื้ออาการที่ควรประคบร้อนเช่นปวดตึงของกล้ามเนื้อบริเวณคอบ่าหลังน่องปวดประจำเดือน รวมถึงรอยฟกช้ำดำเขียวที่เกิดขึ้นมากกว่า48ชั่วโมง
อาจใช้เจลสำหรับประคบร้อนเย็นแบบสำเร็จรูป ใช้กระเป๋าน้ำร้อน หรืออาจใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนโดยอุณหภูมิที่เหมาะสมไม่ควรเกิน45องศาเซลเซียส

สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือไม่ควรประคบด้วยความร้อนที่มากเกินไปเพราะจะทำให้รู้สึกแสบร้อนบริเวณที่ประคบไม่ควรประคบนานหรือถี่เกินไปและต้องไม่ประคบร้อนในบริเวณที่มีบาดแผลเปิดหรือมีเลือดออกเพราะจะยิ่งทำให้มีการอักเสบเพิ่มมากขึ้นจะประคบร้อนได้ก็ต่อเมื่อการอักเสบน้อยลงแล้วซึ่งสังเกตได้จากไม่มีอาการบวมแดงร้อนผู้สูงอายุเด็กประคบร้อนหรือประคบเย็น?ผู้สูงอายุและเด็กๆมีผิวหนังที่บางกว่าวัยอื่นๆการประคบเย็นหรือร้อนควรทดสอบให้แน่ใจว่าไม่ร้อนหรือเย็นเกินไปการประคบร้อนหรือเย็นก็ไม่ควรประคบนานจนเกินไปเช่นกันการแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นๆหรือนอนแช่ในน้ำอุ่นช่วยการผ่อนคลายกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตกล้ามเนื้อเส้นเอ็นได้ แต่อาจต้องวัดอุณหภูมิน้ำต้องมีความเหมาะสมด้วย