เกร็ดความรู้ » 10 พฤติกรรมอันตราย เสี่ยง ดื้อยา

10 พฤติกรรมอันตราย เสี่ยง ดื้อยา

2 กรกฎาคม 2020
329   0

ลองจินตนาการดูว่าหากเราปวดศีรษะมากๆแต่เราดื้อยาพาราเซตามอลจนต้องไปทานยาแก้ปวดชนิดที่แรงขึ้นนอกจากจะต้องเสียเงินมากกว่าเดิมเสียเวลาซื้อยาที่หาซื้อทานได้ยากกว่าเดิมแล้ว ยังเสี่ยงอันตรายต่อผลข้างเคียงของยาแรงๆที่อาจเกิดขึ้นกับคุณได้อีกด้วยเพราะฉะนั้นอยากให้ใส่ใจกับอันตรายของการดื้อยาเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณอาจไม่ใช่แค่ยาแก้ปวดศีรษะธรรมดาๆแต่หากเป็นยาที่รักษาโรคเฉพาะทางกว่านั้นและโรคที่เป็นอันตรายกว่านี้คุณคงไม่อยากเป็นคนที่มีอาการดื้อยาแน่ๆการใช้ยาอย่างผิดวิธีเป็นผลทางสู่อาการดื้อยาแต่จะมีพฤติกรรมอะไรบ้างSanook! Healthรวมรวบมาให้ดูเรียบร้อยแล้ว

10 พฤติกรรมอันตรายเสี่ยง“ดื้อยา”กินยาปฏิชีวนะบ่อยครั้งมากเกินไปควรระมัดระวังในการทานยาทานเมื่อมีอาการเจ็บป่วยจริงๆเท่านั้นกินยาปฏิชีวนะโดยไม่แยกแยะว่าเป็นโรคจากไวรัสหรือโรคจากแบคทีเรียเพราะโดยปกติแล้วหากเป็นโรคหวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัสอาการจะดีขึ้นเองโดยไม่ต้องทานยาฆ่าเชื้อแต่หากเป็นโรคหวัดที่เกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรีย(ต่อมทอนซิลมีหนอง)จะต้องกินยาเพื่อฆ่าเชื้อติดต่อกันอย่างน้อย10วันหากทานยาฆ่าเชื้อโดยไม่มีความจำเป็นบ่อยๆอาจทำให้ดื้อต่อยาฆ่าเชื้อได้

กินยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธ์กว้างเกินความจำเป็นยาครอบจักรวาลต่างๆอาจออกฤทธิ์ในส่วนที่ไม่จำเป็นดังนั้นการกินยาชนิดนี้บ่อยๆจึงอาจทำให้ร่างกายของเราดื้อต่อยานั้นๆในเวลาที่ต้องการรักษาโรคเฉพาะที่ได้กินยาไม่ครบตามเวลาที่กำหนดโดยเฉพาะเพื่อการฆ่าเชื้อแบคทีเรียหากหยุดรับประทานอาจมีเชื้อโรคหลงเหลืออยู่และเชื้อโรคจะพัฒนาตัวเองไปสู่การดื้อยาได้กินยาปฏิชีวนะด้วยความเชื่อว่า“ดักไว้ก่อน” จริงอยู่เมื่อเรามีอาการเจ็บป่วยเราควรทานยาแต่หากยังไม่ได้มีอาการอะไรมากก็รีบทานยาเข้าไปก่อนวิธีนี้ไม่ได้ช่วยดักอาการป่วยไข้หรือโรคหวัดอย่างที่เราเข้าใจกันแถมการทานดักไว้ก่อนแบบนี้บ่อยๆอาจทำให้เกิดอาการดื้อยาได้อีกด้วย

เคยใช้ยาอมผสมยาปฏิชีวนะการใช้ยาอมที่ผสมยาต้านแบคทีเรียนอกจากจะเป็นการใช้ยาในขนาดที่ไม่เหมาะสมยังเป็นการใช้ยาที่เกินความจำเป็นและอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้เคยขอยาปฎิชีวนะของคนอื่นมาทาน หรือแบ่งยาของตัวเองลองให้คนอื่นทานยาต้านแบคทีเรียจะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคแต่ละชนิดต่างกันการใช้ยาต้านแบคทีเรียโดยไม่เลือกให้เหมาะกับชนิดเชื้อโรค นอกจากจะทำให้ไม่หายแล้วยังส่งผลให้เชื้อโรคพัฒนาตัวมันเองไปสู่การดื้อยาได้เคยแนะนำยาปฏิชีวนะห้ผู้อื่นทานทั้งที่ตัวเองไม่ใช่เภสัชกรหรือแพทย์อาจทำให้คนอื่นทานยาผิดประเภทไม่ตรงจุดจนเกิดอาการดื้อยาได้เคยซื้อยาปฏิชีวนะกินเองอยู่นานเมื่อไม่หายจึงค่อยไปพบแพทย์แบบนี้อาจเกิดอาการดื้อยาแล้วค่อยไปพบแพทย์ทีหลังรักษายากกว่าเก่า

เคยซื้อยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์แรงกว่าทานเองเมื่อแพทย์ไม่จ่ายยาให้การเลือกระดับการออกฤทธิ์ของยาในผู้ป่วยแต่ละคนเป็นวิจารณญาณของแพทย์ที่ไตร่ตรองมาอย่างถ้วนถี่ดีแล้วดังนั้นไม่ควรเลือกกินแค่ยาที่ออกฤทธิ์แรงๆเข้าว่าเพราะการทานยาฤทธิ์ที่แรงเกินจำเป็นการก่อให้เกิดอาการดื้อยาจนต้องใช้ยาที่แรงขึ้นเรื่อยๆจนอาจมียาที่มีฤทธิ์แรงกว่ารักษาได้อีกแล้ววิธีป้องกันอาการดื้อยาหากมีอาการเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อยควรปรึกษาเภสัชกรก่อนซื้อยามากินเองทุกครั้งหากมีอาการผิดปกติและกินยาเดิมๆไม่หายไม่ควรเปลี่ยนยาเองแต่ควรพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดจะดีที่สุด