เปลี่ยน มะพร้าว ให้เป็นมะพร้ าวกะทิ

เชื่อว่าหลายคนคงอาจจะรู้จัก และเคยรับประทานกันมาบ้าง โดยมะพร้าวกะทินั้นเกิดจากการผสมเกสรด้วยฝีมือมนุษย์เป็นการบังคับทำให้มะพร้าวธรรมดาเป็นมะพร้าวกะทิซึ่งมีหลากหลายทางด้วยกัน เกษตรกรหรือนักวิจัยจะมีแบบฉบับของแต่ละคน แต่วันนี้ขอหยิบวิธีการทำมะพร้าวธรรมดา ให้กลายเป็นมะพร้าวกะทิมาให้ทดลองทำกันดู

วิธีที่ 1 การทำมะพร้าวกะทิแบบชั่วคราว1.เริ่มจากนำถุงพลาสติกมาหุ้มจั่น (จั่นคือดอกมะพร้าว 1 จั่น คือ 1 ทะลาย)จั่นไหนที่ถูกห่อด้วยถุงพลาสติก จั่นนั้นจะผิดปกติ2.การห่อต้องทำการห่อตั้งแต่กลีบจั่นเริ่มบาน ห่อไปจนกระทั่งมะพร้าวผลโตจนมีขนาดเท่าลูกหมาก จึงค่อยถอดถุงพลาสติกออกได้

3.มะพร้าวในทะลายที่ห่อจั่นประมาณ 90% จะกลายเป็นมะพร้าวกะทิโดยทันที ส่วนมะพร้าวที่ไม่ได้ห่อจั่นจะยังคงเป็นมะพร้าวธรรมดาเหมือนเดิมค่ะวิธีที่ 2 การทำมะพร้าวกะทิแบบถาวร
1.เริ่มจากนำมะพร้าวที่เพาะไว้ ที่มีหน่อเหนือเปลือกขึ้นมาประมาณ 30 เซนติเมตร แล้วทำการใช้มีดตัดส่วนปลายด้านตรงข้ามกับหน่อออก ให้กะลามะพร้าขาดจากกันจนเห็นเนื้อขาวและจาวสีเหลืองด้านในกะลา

2.จากนั้นทำการเอาจาวในกะลาออก แล้วเอาดินเหนียวใส่ลงไปแทนจนเต็มลูก แล้วนำไปปลูกต่อ3.วิธีการนี้จะทำให้ได้มะพร้าวธรรมดากลายเป็นมะพร้าวกะทิประมาณ 50% ค่ะหากต้องการเพิ่มปริมาณ ให้นำผลมะพร้าวที่ไม่เป็นมะพร้าวกะทิมาเพาะแล้วทำวิธีการเดียวกับที่กล่าวมานี้ก็จะทำให้มะพร้าวในต้นใหม่มีเปอร์เซนต์การเป็นมะพร้าวกะทิ ถึง 80 -90 % เลยเทีเดียวมะพร้าวที่จะนำมาทำมะพร้าวกะทิ

มะพร้าวทุกพันธุ์สามารถทำมะพร้าวกะทิได้ทั้งหมด แต่ถ้าใช้มะพร้าวน้ำหอม อาจจะทำให้มะพร้าวกะทิไม่ดีเพราะมีกลิ่นเหม็นหืน มะพร้าวที่ดีที่สุดในการทำมะพร้าวกะทิคือ มะพร้าวกลาง นั่นเองค่ะท่านใดมีต้นมะพร้าวแล้วอยากลองทำมะพร้าวกะทิก็ลองดูเลยค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ

ที่มา deelight888.com

Facebook Comments

Check Also

6 โรคร้ายถามหา ถ้า “ดื่มน้ำน้อย”

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่แทบไม่ได้ลุกออกมาจากเก้าอี้แก้วน้ำรินน้ำเอาไว้เต็มแก้วแต่อยู่ไปได้ทั้งวัน หรือวุ่นเสียจนไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆวิ่งเข้าออกห้องประชุมได้ดื่มน้ำเฉพาะช่วงที่ทานข้าวกลางวั เท่านั้นขอบอกไว้เลยว่าร่างกายของคุณกำลัง“ขาดน้ำ”โดยที่คุณไม่รู้ตัวและมันส่งผลร้ายถึงสุขภาพอย่างร้ายแรงโดยที่คุณก็ไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน 6 โรคร้ายถามหาถ้า“ดื่มน้ำน้อย”1.สมองเสื่อมใครจะไปเชื่อว่าแค่ดื่มน้ำน้อยก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมได้เพราะเมื่อร่างกายของเราขาดน้ำปริมาณของน้ำในร่างกายไม่เพียงพอในการเป็นส่วนหนึ่งของเลือดที่สูบฉีดไปทั่วร่างกายเมื่อเลือดมีความข้นหนืดมากขึ้นทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงที่สมองได้เพียงพอจึงเป็นสาเหตุของอาการสมองเสื่อมได้นั่นเองเพราะฉะนั้นหากคุณรู้สึกไม่สดชื่นเนือยๆคิดอะไรช้าไม่กระฉับกระเฉงอึนๆมึนๆนั่นอาจเป็นผลมาจากแค่การ“ดื่มน้ำน้อยเกินไป”ก็ได้นะ 2.ริดสีดวงทวารแน่นอนที่สุดว่าหากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอส่งผลไปถึงการย่อยในกระเพาะอาหารที่ทำได้ยากลำบากมากขึ้นและลำไส้ที่แห้งอาจทำให้เราไม่สามารถขับอุจจาระออกมาได้ เพราะอุจจาระอาจแห้งเกินไปเมื่อของเสียสะสมอยู่ในลำไส้ลำไส้ก็จะดูดซึมของเสียนั้นกลับเข้าร่างกายไปอีกยิ่งทำให้เลือดมีของเสียและข้นหนืดกว่าเดิมอุจจาระก็แข็งแห้งกว่าเดิมจนเกิดเป็นอาการท้องผูกและท้ายที่สุดลงเอยด้วยโรคริดสีดวงทวารนั่นเอง 3.ปวดข้อเชื่อหรือไม่ว่ากระดูกอ่อนในหลายๆส่วนของร่างกายรวมไปถึงหมอนรองกระดูกซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญและเกิดอาการผิดปกติได้ง่าย มีส่วนประกอบเป็นน้ำมากถึง80%ดังนั้นหากข้อต่อหรือหมอนรองกระดูกแห้งไม่ชุ่มชื้นเพียงพออาจทำให้ข้อต่อต่างๆดูดซับแรงกระแทกได้ไม่ดีพอจนเกิดอาการบาดเจ็บได้ง่ายหรืออาจอักเสบได้ง่ายเมื่อต้องออกแรงเดินยกเหวี่ยงหรือแม้แต่ตอนออกกำลังกายและยกน้ำหนัก 4.ทางเดินปัสสาวะอักเสบกระเพาะปัสสาวะอักเสบหากคุณมีอาการปวดปัสสาวะแต่ไม่มีปัสสาวะไหลออกมาหรือไหลออกเพียงหยดสองหยดคุณอาจกำลังเป็นโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบหรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบอันเนื่องมาจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอการติดเชื้อและการกลั้นปัสสาวะนานๆ 5.อ้วนไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าหากคุณดื่มน้ำน้อยเป็นสาเหตุที่อาจนำไปสู่โรคอ้วนได้เพราะหากคุณดื่มน้ำอย่างเพียงพอในตอนเช้าระหว่างมื้อกลางวันและตอนเย็นหรืออาจดื่มน้ำ1แก้วก่อนทานอาหารคุณจะพบว่าคุณอิ่มง่ายอิ่มเร็วกว่าการทานอาหารโดยไม่ดื่มน้ำเลย ยิ่งถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่กินจุอยู่แล้วแล้วยิ่งไม่ดื่มน้ำอีกด้วยความหิวหรือความอยากอาหารคุณอาจทานเพลินจนน้ำหนักขึ้นได้ง่ายๆ 6. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือนของคุณผู้หญิงเป็นตัวบ่งบอกถึงสุขภาพได้ดีอีกอย่างหนึ่ง …